Untitled Document

in focus


แบบฉบับของความ “โรแมนติก”

หลายครั้งที่เราคงสงสัยว่าอะไรคือความโรแมนติก ที่เรียกกันว่าสไตล์ Vintage นั้นเป็นอย่างไร มิหนำซ้ำเดี๋ยวนี้ยังมีสไตล์โมเดิร์นวินเทจหรือนิววินเทจในแบบที่เอาของเก่ามาเล่าใหม่ นี่คือกระแสการตกแต่งบ้านและแฟชั่นในสไตล์ย้อนยุคหรือวินเทจที่มีกลิ่นอายความโรแมนติกอ่อนหวานซุกซ่อนในทุกอณูพื้นที่และทุกอารมณ์สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนใดภายในบ้าน

สำหรับผู้ที่ชอบการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจไม่ว่าจะเป็นวินเทจขนานแท้หรือวินเทจร่วมสมัย คงต้องยอมรับว่ารายละเอียดของสิ่งต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้น เช่น การเลือกรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ที่มีเส้นโค้งอย่างเก้าอี้ทรงหลุยส์ การเลือกใช้โทนสีห้องหรือสีผ้าที่มักออกสีหวานตุ่นๆ รวมไปถึงของตกแต่งกระจุกกระจิกอื่นๆ ที่ดูมีความอ่อนหวานหรือสื่อความเป็นหญิงสาวแสนหวานได้อย่างชัดเจน แบบฉบับของความโรแมนติกนี้ครอบคลุมถึงการตกแต่งบ้านอีกหนึ่งสไตล์ที่เรียกขานกันว่า “English Country”

 

 

ขวัญกมล สุทธิวนา หรือคุณหมอก เปิดร้าน Catherine Hyde ภายในบ้านตนเองให้เราได้สัมผัสกับความอ่อนหวานอบอุ่นในสไตล์อิงลิชคันทรี่กันอย่างใกล้ชิดพร้อมกับถ่ายทอดสาระความรู้ในแบบฉบับของความโรแมนติกที่สะท้อนให้เห็นได้จากการตกแต่งภายในร้าน “ร้านแคทเทอรีน ไฮด์เราเน้นการขายเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน เช่น โซฟา ตู้ เตียง โต๊ะอาหาร ผ้าม่าน วอลเปเปอร์ และแชนเดเลียร์ ซึ่งจะยึดแนวการตกแต่งแบบอิงลิชคันทรีขนานแท้เพียงแนวเดียว ทั้งที่มีการตกแต่งบ้านหรือครัวอีกหลายแนวที่ดูโรแมนติกอ่อนหวาน เช่น สไตล์หลุยส์ที่ดูหรูหราหรืออังกฤษที่เป็นแนวโคซีหน่อย ดูอบอุ่นน่าอยู่เพราะมีการจัดสวนเข้าไปไว้ในบ้านด้วย”
“การตกแต่งสไตล์อิงลิชคันทรี สไตล์วินเทจก็ให้อารมณ์อ่อนหวานได้เช่นกัน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อสินค้าเราก็ให้เราช่วยจัดตกแต่งบ้านให้ดูมีความเป็นอิงลิชคันทรีมากขึ้น บางบ้านเขาก็มีเฟอร์นิเจอร์สไตล์นี้อยู่แล้ว บางทีแค่มาปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยก็ให้อารมณ์ความรู้สึกใหม่ได้ทั้งหมดโดยใช้ของเดิม อย่างเปลี่ยนผ้าบุโซฟาใหม่ที่เป็นลายดอกไม้ ดอกกุหลาบหวานๆ ติดวอลเปเปอร์ เปลี่ยนผ้าม่าน จับคู่สีให้เข้ากัน ก็ทำให้รู้สึกว่าเราแต่งบ้านได้เป็นแนวตามที่เราชอบได้เองโดยไม่ยาก และดูมีเอกลักษณ์เป็นสไตล์ของตัวเอง ไม่ได้แต่งตามเทรนด์หรือแฟชั่น เป็นศิลปะมากกว่า ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบแบบอิงลิชคันทรีก็เลยรู้สึกว่าบ้านมีเสน่ห์น่าอยู่และดูอบอุ่นค่ะ”

“สำหรับการตกแต่งบ้านซึ่งอาจจะรวมไปถึงการแต่งห้องครัวให้เป็นสไตล์ของอิงลิชคันทรีนี้เริ่มปรากฏชัดเจนในช่วงศตวรรษที่ 19 ในอังกฤษ โดยเฉพาะในยุคสมัยของพระราชินีวิกตอเรียที่ทุกอย่างบ่งบอกถึงความอ่อนหวานงดงาม ผ้าลูกไม้ กระโปรงบานฟูฟ่องจนเป็นที่มาของการตกแต่งในสไตล์ที่เรียกว่าสไตล์วิกตอเรียน ในยุควิกตอเรีย เป็นการแต่งบ้านที่แสดงอำนาจของผู้หญิง เพราะสมัยนั้นมีพระราชินีครองบัลลังก์ คือดูเป็นหญิงสาวสมบูรณ์แบบหรือ Feminine มากๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นลายลูกไม้สีขาวแพรวพราวทั้งบ้าน หรือข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างจะเน้นโทนสีขาว ผ้าม่าน โซฟาดู แล้วจะเป็นหญิงสาวแสนหวานหมดเลย

หลังจากยุควิกตอเรียทุกอย่างก็ยิ่งเพิ่มความเป็นผู้หญิงมากขึ้นไปอีก กลายเป็นยุคจอร์เจียน ข้าวของต่างๆ จะเน้นสีที่ขรึมหน่อย และตัดด้วยพื้นขาวทั้งหมด ของตกแต่งเป็นลวดลาย และมีการนำสวนเข้ามาในบ้าน เพราะว่าอากาศในอังกฤษมักมีฝนตกเยอะ บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไม่สดชื่น จึงนำบรรยากาศสวนสบายๆ เข้ามาไว้ในบ้านเพื่อให้บ้านดูร่มรื่นสดชื่นตลอดเวลา

“ส่วนสไตล์โคโลเนียนนั้นรากของโคโลเนียนก็คือจอร์เจียน เป็นบ้านยุคอังกฤษล่าอาณานิคม แต่สไตล์โคโลเนียนนี้กลับได้รับความนิยมในอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ เหมือนต้องการแสดงให้เห็นวัฒนธรรมของอังกฤษเองในที่อื่น บางทีเราจะเห็นสไตล์นี้ในอินโดนีเซียด้วยเหมือนกัน ของตกแต่งไม่มีลวดลายจะดูเรียบๆ สีสันจะคล้ายๆ กับจอร์เจียน แต่จะออกโทนขรึม น้ำเงินเข้ม น้ำตาลเข้ม แดงเข้ม

“สไตล์อังกฤษจริงๆ แล้วเป็นการใช้เฟอร์นิเจอร์จากหลายยุคสมัยแล้วใช้ต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสังเกตว่าบ้านที่แต่งสไตล์นี้จะผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมีค่าสำหรับเขา พอทุกชิ้นมีประวัติ มีที่มา แล้วนำมาตกแต่งเข้าด้วยกัน ก็ทำให้บ้านหรือห้องๆ นั้นมีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ ทำให้เป็นบ้านที่มีความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของบ้านสื่อผ่านออกมาให้เห็น เพราะบางทีเราเห็นบ้านเป็นแพตเทิร์นเดียวกันแทบทุกบ้าน มันไม่ใช่เอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน จะว่าไปแล้วการแต่งสไตล์นี้ก็เป็นการแต่งบ้านที่โชว์รสนิยมของเขาไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ไปจนถึงของตกแต่งกระจุกกระจิก การใช้ โทนสีของอังกฤษที่เป็นสีอนุรักษ์ของชาติ ซึ่งเราจะไม่เห็นที่ไหนเลย เพราะมันเป็นสีลิขสิทธิ์ ไม่มีขาย สีจะออกโทนสีดิน จะไม่ใช่พาสเทลหรือโมเดิร์น เขาจะผสมสีเทาหรือดำ ซึ่งจะได้ออกมาเก่าๆ ตุ่นๆ เพราะจะได้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ อย่างสีฟ้าก็เป็นสีฟ้าตุ่น เขียวตุ่น แดงตุ่น เป็นต้น

“เราอาจใช้แนวคิดของการตกแต่งบ้านในสไตล์อิงลิชคันทรีมาประยุกต์ใช้กับการแต่งห้องครัวก็ได้ค่ะ ถ้าเราชอบเหมือนครัวคันทรีของต่างประเทศ แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเราชอบสไตล์ไหน วิธีง่ายๆ คือลองพลิกดูหนังสือตกแต่งแล้วคั่นหน้าที่เราชอบไว้สัก 10 หน้า ถ้าเปิดเมื่อไรก็ชอบหน้าเดิม นั่นก็หมายความว่าเราคงจะชอบสไตล์แบบนั้นจริงๆ

“ในความเป็นอิงลิชคันทรีนั้นก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ว่ามันสื่อความเป็นอังกฤษแต่ดั้งเดิมที่ไม่มีทีท่าว่าจะเสื่อมความนิยม ตรงกันข้ามกลับอมตะทุกยุคทุกสมัย จากที่ทำร้านนี้มาก็เห็นว่ายังมีคนที่ชอบการแต่งบ้านแต่งครัวให้มีอารมณ์โรแมนติกแบบอิงลิชคันทรี และการที่ฝั่งยุโรปจะเป็นคนที่รักวัฒนธรรมของชาติมาก เขาก็จะคงเอกลักษณ์ของเขาไว้ มีชีวิตในแบบดั้งเดิมของเขา บางบ้านก็ยังใช้เตาสมัยโบราณอยู่ เขาไม่สนใจเทคโนโลยีเลย ส่วนเฟอร์นิเจอร์เขาก็จะใช้ที่ตกทอดกันมา กลายเป็นของตกแต่งแอนทีค (Antique) มีอย่างไรเขาก็จะใช้อย่างนั้น สิ่งเก่าๆ ก็อาจกลายเป็นสิ่งดี สิ่งสวยงามได้ถ้าเรารู้จักดัดแปลงปัดฝุ่น” เธอยิ้มอย่างมีอัธยาศัย...

อย่างไรก็ตามเรามีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งแนวอิงลิชคันทรีหรือแนววินเทจว่า สิ่งที่เราจะนำมาใช้ให้ห้องครัวดูอบอุ่นในแนวนี้คือการปิดผนังบางด้านด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายดอกไม้สีหวานๆ หรือดอกกุหลาบอย่างที่นิยมกันสำหรับแนวอิงลิชคันทรี เพราะถ้าพูดถึงอังกฤษแล้วคนส่วนใหญ่จะนึกถึงดอกกุหลาบทันที ผนังห้องครัว ผ้าม่าน เก้าอี้นั่งรับประทานอาหารที่บุผ้าลายดอกกุหลาบพลิ้วหวานเหล่านี้สามารถจัดตกแต่งครัวคันทรีของคุณได้โดยไม่ยาก ไม่เฉพาะการตกแต่งบ้านเท่านั้น
...เพราะเราเชื่อว่าทุกอย่างที่สวยงามสามารถเกิดขึ้นได้ในห้องครัว...

ขอขอบคุณ : คุณขวัญกมล สุทธิวนา ร้าน Catherine Hyde ถนนรามคำแหง ซอย 179 โทร. 0-2917-2037

 

 





โปรดใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวประชาสัมพันธ์จากทาง @kitchen